ก้าวสู่ยุคทองของสังคมผู้อายุไทยในปี พ.ศ.2568
ในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งในประเด็นสำคัญที่หลายประเทศกำลังเผชิญอยู่ คือ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) เราอาจเคยได้ยินคำนี้ผ่านข่าวหรือบทความต่าง ๆ แต่รู้หรือไม่ว่าการที่คนอายุยืนขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของการฉลองในงานวันเกิดเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิตในภาพรวม วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจมากขึ้นว่า สังคมผู้สูงอายุมีผลต่อชีวิตของเราทุกคนอย่างไร และเราควรเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไรบ้าง
“จากรายงานของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ตามบทความเรื่อง ปี 68 ไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ในปี 2568 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว โดยคาดว่าจะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปประมาณ 14.4 ล้านคน หรือคิดเป็นมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด ที่เผยแพร่วันที่ วันที่ 20 มีนาคม 2557”
สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) หมายถึง สังคมที่มีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 10% ของประชากรทั้งหมด หากสัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นเป็น 20% จะเรียกว่า “สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์” (Aged Society) และหากเพิ่มขึ้นเป็น 28% จะเรียกว่า “สังคมผู้สูงอายุระดับสูง” (Super-aged Society) จากข้อมูลของกรมกิจการผู้สูงอายุ พบว่า ในปี 2565 ประเทศไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปคิดเป็นประมาณ 20% ของประชากรทั้งหมด และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต
สังคมผู้สูงอายุ มีกี่ระดับ?
สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 10% ของประชากรทั้งหมด
สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด
สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-aged Society) มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด
การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลกระทบในด้านใด?
เศรษฐกิจ แรงงานลดลง ภาระการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น
สังคม ความต้องการบริการสุขภาพและสวัสดิการสังคมเพิ่มขึ้น
ครอบครัว ภาระการดูแลผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งพิงเพิ่มขึ้น
แนวทางแก้ไขปัญหาสังคมผู้สูงอายุ
พัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุ จัดเตรียมบริการสุขภาพและสวัสดิการที่เหมาะสม
ส่งเสริมการออมและการวางแผนการเงิน เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความมั่นคงทางการเงิน
สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ เช่น การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน
การเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ร่วมสร้างอนาคตสังคมผู้สูงวัยไปด้วยกัน
เมื่อโลกหมุนไปข้างหน้า คนเราก็เดินทางผ่านช่วงวัยต่าง ๆ จนมาถึงวัยที่เรียกว่า “ผู้สูงวัย” ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยประสบการณ์และความทรงจำอันมีค่า ในขณะเดียวกัน สังคมผู้สูงวัยก็กำลังกลายเป็นโอกาสใหม่ที่น่าจับตามอง ไม่ใช่แค่ความท้าทายในการดูแล แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้เราสร้างสังคมที่อบอุ่น เป็นมิตร และเหมาะสมกับทุกช่วงวัย มาร่วมกันสำรวจแนวทางและโอกาสที่จะช่วยให้สังคมของเราก้าวไปข้างหน้า พร้อมดูแลและส่งเสริมคุณค่าของผู้สูงวัยไปด้วยกัน!
การเปลี่ยนแปลงด้านประชากร (Demographic Changes) เป็นประเด็นที่น่าสนใจและใกล้ตัวกว่าที่หลายคนคิด เพราะเกี่ยวข้องกับทั้งจำนวนประชากรไทย โครงสร้างอายุ อัตราการเกิด และการเคลื่อนย้ายของผู้คนในประเทศไทย และยังเชื่อมโยงไปถึงการเปลี่ยนแปลงของประชากรโลกที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันด้วย
ประชากรไทยและแนวโน้มในอนาคต
ปัจจุบัน ประชากรไทย มีการเติบโตที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับอดีต สาเหตุมาจากอัตราการเกิดที่ลดลงและอายุขัยเฉลี่ยที่สูงขึ้น ทำให้โครงสร้างประชากรไทยมีผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งส่งผลต่อภาคแรงงานและนโยบายรัฐในอนาคต ตามงานวิจัยของ ดร.สมชาย สถิตยการ เรื่อง “รายงานการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไทย” (2566) พบว่า “จำนวนประชากรไทย 2568” มีแนวโน้มอยู่ที่ประมาณ 67 ล้านคน และอัตราการเกิดของประชากรไทย 2568 มีสัดส่วนที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน
อัตราการเกิดของประชากรไทย 2568 มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับอดีต เพราะคนรุ่นใหม่มักวางแผนมีบุตรช้าลง รวมถึงมีแนวโน้มมีบุตรน้อยลง ทำให้จำนวนผู้สูงอายุมีสัดส่วนมากขึ้น ในขณะที่วัยแรงงานจะค่อย ๆ ลดลง ดังนั้นภาครัฐและสังคมจึงให้ความสำคัญกับมาตรการส่งเสริมครอบครัวและนโยบายสวัสดิการทางสังคม เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ดังกล่าว ไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้นที่เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านประชากร ประชากรโลกเองก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากงานศึกษาของ Mr. John Walker ในหัวข้อ “Global Demography Trends” (2024) รายงานว่า “ประชากรโลก 2568 ล่าสุด” น่าจะสูงเกิน 8 พันล้านคน โดยมีอัตราการเติบโตของประชากรในทวีปเอเชียและแอฟริกาสูงกว่าภูมิภาคอื่น และบางส่วนของละตินอเมริกา ซึ่งส่งผลต่อสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมทั่วโลก
วัยทองไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
เมื่อพูดถึง “วัยทอง” หลายคนอาจรู้สึกกังวลเพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายและจิตใจเปลี่ยนแปลงอย่างมาก แต่ความจริงแล้ว วัยทองไม่ได้หมายถึงปัญหาเสมอไป! นี่คือโอกาสที่เราจะได้ดูแลตัวเองมากขึ้น และสร้างความสุขให้กับคนรอบข้างไปพร้อมกัน ไม่ว่าคุณหรือคนที่คุณรักจะอยู่ในช่วงวัยนี้ ลองมองมันในมุมบวก แล้วคุณจะพบว่าวัยทองไม่น่ากลัวเลย มันคือจังหวะชีวิตที่เราได้เติมเต็มความสุขและคุณค่าให้ตัวเองมากยิ่งขึ้น!
- ผู้สูงอายุ หมายถึง บุคคลที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งวัยนี้มักมีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ลักษณะสำคัญของผู้สูงอายุสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท เช่น ผู้สูงอายุที่ยังคงมีสุขภาพแข็งแรงและสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ด้วยตนเอง และผู้สูงอายุที่ต้องการความช่วยเหลือในการดำเนินชีวิตประจำวัน
- วัยชรา หมายถึง ช่วงชีวิตที่บุคคลเข้าสู่อายุที่มากขึ้น ซึ่งมักมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ในปัจจุบัน ผู้สูงอายุมักเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ เช่น ปัญหาสุขภาพ การขาดการสนับสนุนทางสังคม และความรู้สึกโดดเดี่ยว
แนวทางแก้ไขปัญหาผู้สูงอายุในปัจจุบันควรมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพ การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุ และการสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม การให้คำปรึกษาและการเสริมสร้างพลังความคิดเชิงบวกในผู้สูงอายุเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
- การเตรียมความพร้อมของผู้สูงอายุในการเผชิญปัญหาและการพัฒนาความฉลาดรู้การเผชิญปัญหาเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสมและไม่เป็นภาระกับคนในครอบครัว
- การดูแลทางด้านสังคมจิตใจของผู้สูงอายุเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพจิตเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่สามารถช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
- การส่งเสริมการจ้างงานและการพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพของผู้สูงอายุเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่สามารถช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างเต็มที่
- การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุและการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในกิจกรรมทางสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข
สวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุ ที่ควรรู้
เมื่อก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุ หลายคนอาจเริ่มมองหาความช่วยเหลือหรือสิทธิพิเศษที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น และนี่คือเรื่องดีที่เราควรรู้! ประเทศไทยมีสวัสดิการหลากหลายที่ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้สูงวัย ตั้งแต่การลดหย่อนค่าโดยสาร เบี้ยยังชีพ ไปจนถึงนโยบายสนับสนุนการมีงานทำ แม้จะอายุเกิน 60 ปีแล้ว มาร่วมกันทำความรู้จักสิทธิประโยชน์ดี ๆ เหล่านี้ เพื่อช่วยให้ทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะคนที่เรารัก ได้รับการดูแลที่ดีที่สุดในช่วงชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่า!
สิทธิประโยชน์และสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุ
การลดหย่อนค่าโดยสาร ผู้สูงอายุในประเทศไทยมีสิทธิ์ได้รับส่วนลดค่าโดยสารสาธารณะหลายประเภท เช่น รถโดยสารประจำทาง (ขสมก.) ลด 50% ของค่าโดยสารปกติ เพียงแสดงบัตรประชาชนต่อพนักงานเก็บค่าโดยสาร
- เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ รัฐบาลมอบเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เพื่อช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
นโยบายและมาตรการสนับสนุน
การส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ ภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมให้บริษัทจ้างงานผู้สูงอายุ โดยมีการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทที่จ้างผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งต้องมีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท
- การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะ มีการจัดอบรมฝึกอาชีพให้กับผู้สูงอายุ เพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพและมีรายได้เสริม
แนวทางการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต
การวางแผนการเงิน ควรเริ่มต้นวางแผนการออมและการลงทุนตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้มีเงินเพียงพอสำหรับการใช้จ่ายในวัยเกษียณ
- การดูแลสุขภาพ การรักษาสุขภาพให้แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณภาพในวัยสูงอายุ
ปัญหาสังคมผู้สูงอายุในสังคมไทยและแนวทางแก้ไข
วันนี้เรามาคุยเกี่ยวกับ “ปัญหาสังคม” ในมิติของผู้สูงอายุใน สังคมไทย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเด็นใหญ่ของ ปัญหาสังคมไทยในปัจจุบัน 2568 เลยทีเดียว จากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้จำนวนผู้สูงอายุในประเทศเราเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เราลองมาดูกันว่าอะไรคือ “ปัญหาสังคม ตัวอย่าง” ที่ผู้สูงอายุกำลังเผชิญ และมีแนวทางแก้ไขอย่างไรได้บ้าง เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณภาพและมีความสุข
เมื่อพูดถึงผู้สูงอายุ หลายคนอาจนึกถึงบุคคลที่เปรียบเสมือนร่มโพธิ์ร่มไทรของครอบครัว ผู้ที่คอยส่งต่อประสบการณ์และความอบอุ่นให้คนรุ่นหลัง แต่เคยคิดไหมว่าเราจะช่วยกันสร้างสังคมที่ดีสำหรับผู้สูงอายุได้อย่างไร? สังคมที่ไม่เพียงแต่ดูแล แต่ยังส่งเสริมให้ผู้สูงวัยรู้สึกมีคุณค่าและมีความสุขในทุกวันของชีวิต มาร่วมค้นหาแนวทางง่าย ๆ ที่เราทุกคนสามารถมีส่วนช่วยสร้างสังคมที่น่าอยู่สำหรับพวกเขาได้!
ปัจจุบัน สังคมไทยกำลังเผชิญกับปัญหาสังคมผู้สูงอายุที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรทำให้จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราการเกิดลดลง ส่งผลให้กำลังแรงงานลดน้อยลงและภาระด้านสวัสดิการสังคมเพิ่มขึ้นซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ
ภาพรวมปัญหาสังคมผู้สูงอายุในสังคมไทย
- สภาพเศรษฐกิจและค่าใช้จ่าย
- ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยขาดแคลนรายได้เพียงพอสำหรับดูแลตัวเองหรือเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็น
- ในสังคมที่กำลังก้าวสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” (Aging Society) อย่างชัดเจน ค่าใช้จ่ายด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพมีแนวโน้มสูงขึ้นมาก
- การขาดการสนับสนุนทางสังคม
- ผู้สูงอายุบางส่วนอาจรู้สึกโดดเดี่ยว เมื่อครอบครัวหรือชุมชนไม่มีระบบดูแลเพียงพอ
- การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครอบครัว (พ่อแม่ต้องออกไปทำงาน ลูกหลานแยกจากบ้าน) ส่งผลให้ผู้สูงอายุต้องอยู่ลำพังมากขึ้น
- สุขภาพกายและสุขภาพจิต
- โรคเรื้อรังและปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า อาจเกิดขึ้นได้ง่ายหากผู้สูงอายุขาดการออกกำลังกาย โภชนาการที่ดี และการสนับสนุนด้านจิตใจ
- ปัญหาสังคม ตัวอย่าง เกิดขึ้นเมื่อผู้สูงอายุที่ไม่มีผู้ดูแลหรือขาดการเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างเหมาะสม
- การปรับตัวต่อเทคโนโลยี
- สังคมปัจจุบันเต็มไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่อาจทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกตามไม่ทัน หรือขาดทักษะในการใช้งาน
- หากไม่ได้รับการสนับสนุนหรือฝึกทักษะ อาจนำไปสู่การถูกกีดกันจากบริการออนไลน์หลายประเภท
แนวทางการแก้ไขปัญหาสังคมผู้สูงอายุในสังคมไทย
- ส่งเสริมระบบสวัสดิการและบำนาญ
- ภาครัฐและเอกชนควรร่วมมือกันปรับปรุงระบบบำนาญและสวัสดิการ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีรายได้เพียงพอ และสอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน
- พัฒนาโครงการสนับสนุนผู้สูงอายุให้เรียนรู้และสร้างรายได้ผ่านกิจกรรมที่เหมาะสม
- สร้างเครือข่ายดูแลผู้สูงอายุในชุมชน
- จัดตั้ง “ชมรมผู้สูงอายุ” หรือ “คลินิกผู้สูงวัย” ในแต่ละชุมชน เพื่อให้เกิดการรวมกลุ่ม แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และดูแลซึ่งกันและกัน
- ชุมชนและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถร่วมมือกันจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและใจ เช่น โครงการเดินออกกำลังกาย กิจกรรมศิลปะและดนตรีบำบัด
- พัฒนาทักษะผู้สูงอายุด้านเทคโนโลยี
- เปิดคอร์สอบรมการใช้สมาร์ทโฟน สื่อโซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชันธนาคารออนไลน์อย่างง่าย ๆ
- ส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่สร้างสรรค์โครงการจิตอาสา “จับมือสอนปู่ย่าตายายใช้เทคโนโลยี” เพื่อสร้างความสนุกและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างวัย
- กระตุ้นให้คนรุ่นใหม่เห็นความสำคัญของผู้สูงอายุ
- การจัดกิจกรรมหรือโครงการ “Young meets Old” เพื่อเชื่อมต่อคนสองวัยผ่านกิจกรรมที่มีประโยชน์ร่วมกัน เช่น การทำอาหาร การปลูกผัก การเล่าประสบการณ์อดีตของผู้สูงอายุ
- สนับสนุนการสื่อสารเชิงบวกผ่านสื่อออนไลน์ (เช่น คลิป TikTok หรือ YouTube) เพื่อยกย่องความสำคัญของผู้สูงอายุในสังคม
การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจไทยในสังคมผู้สูงอายุ
การเปลี่ยนแปลงทางสังคมผู้สูงอายุ
- ครอบครัวขนาดเล็กลง
- การเปลี่ยนแปลงของครอบครัวไทยในปัจจุบัน มักเป็นครอบครัวเดี่ยว (พ่อ แม่ ลูก) หรือบางบ้านมีเพียง 1-2 คน ส่งผลให้ผู้สูงอายุบางส่วนไม่ได้อาศัยอยู่กับลูกหลาน
- ทำให้การดูแลผู้สูงอายุต้องอาศัยบริการจากภาคเอกชน เช่น บริการคนดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หรือ Home Care มากขึ้น
- ผู้สูงอายุในตลาดแรงงาน
- หลายคนอาจเกษียณแล้ว แต่อีกหลายคนยังทำงานเพื่อเสริมรายได้และเติมเต็มความต้องการทางสังคม
- มีธุรกิจ Startup หรือกิจการเล็ก ๆ ที่เกิดจากกลุ่มผู้สูงอายุ หวังพัฒนาโอกาสและสร้างความสุขในช่วงวัยเกษียณ
สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่มีผลต่อผู้สูงอายุ
- ภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น
- ผลกระทบของการเกิดภาวะเงินเฟ้อ ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายประจำวัน เช่น ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล และค่าสาธารณูปโภค ก็ปรับตัวสูงตาม
- ผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้ประจำหรือมีเงินบำนาญไม่เพียงพอ อาจต้องวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ
- โอกาสใหม่ ๆ ทางเศรษฐกิจ
- ด้านบวก การเติบโตของ เศรษฐกิจไทย ทำให้เกิดงานและบริการที่หลากหลาย รวมถึงธุรกิจที่ออกแบบเพื่อรองรับกลุ่มผู้สูงอายุโดยเฉพาะ เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ บริการส่งอาหารถึงบ้าน
- ด้านลบ ผู้สูงอายุบางส่วนอาจเข้าถึงโอกาสเหล่านี้ได้น้อย หากขาดทักษะทางเทคโนโลยี หรือไม่มีเครือข่ายสนับสนุน
การเปลี่ยนแปลงของครอบครัวไทยในปัจจุบัน
- โครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนไป
- ครอบครัวหลายเจเนอเรชัน (Grandparents-Parents-Children) ลดลง สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม ที่ทำให้คนรุ่นใหม่แยกออกมาทำงานในเมือง
- สภาพดังกล่าวอาจทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกโดดเดี่ยว หากไม่มีลูกหลานคอยดูแลประจำ
- แนวโน้มอัตราการเกิดลดลง
- อัตราการเกิดในประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สัดส่วนผู้สูงอายุในประเทศเพิ่มขึ้น และกลายเป็นประเด็นที่ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องใส่ใจมากขึ้น
ผลกระทบของการเกิดภาวะเงินเฟ้อกับผู้สูงอายุ
- เมื่อของแพงขึ้น รายได้ (เช่น เงินบำนาญ หรือเงินฝาก) ของผู้สูงอายุอาจไม่เพียงพอ
- ผู้สูงอายุอาจต้องปรับเปลี่ยนการใช้จ่าย หรือมองหาโอกาสสร้างรายได้เพิ่มเติม เช่น การทำงานเสริม การขายของออนไลน์ หรือปลูกผักปลอดสารไว้บริโภคเองเพื่อลดค่าใช้จ่าย
ตัวอย่าง การยื่นภาษีผู้สูงอายุ
- ผู้สูงอายุ (ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป) ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ ยังจำเป็นต้องยื่นภาษี เหมือนบุคคลทั่วไป
- ทั้งนี้ กรมสรรพากรอาจมีการยกเว้น/ลดหย่อนภาษีบางส่วนสำหรับผู้สูงอายุ เช่น ลดหย่อนเบี้ยประกันสุขภาพ เป็นต้น
- ผู้สูงอายุบางคนอาจเข้าใจว่าตนเองไม่ต้องยื่นภาษีเลย แต่อันที่จริงควรตรวจสอบเงื่อนไขรายได้และเกณฑ์การเสียภาษีปัจจุบันจากเว็บไซต์กรมสรรพากร เพื่อไม่ให้เกิดการเสียสิทธิ์หรือเสียค่าปรับโดยไม่จำเป็น
การสุขภาพผู้สูงอายุในสังคมปัจจุบัน
การดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยให้ชีวิตในวัยชรามีคุณภาพและความสุขมากขึ้น การทำประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ปัจจุบันมีหลายบริษัทที่นำเสนอแผนประกันสุขภาพที่เหมาะสมกับผู้สูงวัย
ตัวอย่างแผนประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ
- AIA ประกันชีวิตผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป SENIOR OK แผนนี้ให้ความคุ้มครองยาวนานถึงอายุ 90 ปี โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพหรือตอบคำถามสุขภาพก่อนสมัคร เบี้ยประกันเริ่มต้นเพียงวันละ 6 บาท และสามารถเลือกความคุ้มครองได้ตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท
- เมืองไทยประกันชีวิต โครงการ เมืองไทยวัยเก๋า คุ้มทั่วไทย (เพื่อผู้สูงอายุ) แผนนี้ให้ความคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุสูงสุดถึง 3,000,000 บาท พร้อมค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุสูงสุด 25,000 บาท โดยไม่ต้องสำรองจ่าย สมัครได้ตั้งแต่อายุ 50 – 75 ปี โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพ
- สินมั่นคงประกันภัย ประกันสุขภาพ 60 ยังฟิต แผนนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุระหว่าง 61-65 ปี (ต่ออายุได้ถึง 70 ปี) มีให้เลือกถึง 6 แผนประกัน เบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 5,239 บาทต่อปี ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยในจากการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยสูงสุด 400,000 บาทต่อปี
สุขภาพร่างกาย
- เมื่อเข้าสู่ วัยชรา อวัยวะและระบบต่าง ๆ ในร่างกายย่อมเสื่อมถอยลง การตรวจสุขภาพประจำปี การออกกำลังกายเบา ๆ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ จึงเป็นสิ่งจำเป็น
- ควรดูแลเรื่องโภชนาการ เช่น โปรตีนคุณภาพสูง ผัก ผลไม้ และดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง
สุขภาพจิต
- นอกจากสุขภาพกายแล้ว สุขภาพใจก็สำคัญไม่แพ้กัน การดูแลผู้สูงอายุจึงต้องใส่ใจเรื่องอารมณ์ ความเหงา หรือความเครียดที่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายในช่วงสูงวัย
- การเข้าร่วมกิจกรรมสังคม เช่น กลุ่มเพื่อนผู้สูงวัย ชมรมผู้สูงอายุ หรือทำงานอาสาสมัคร จะช่วยให้ผู้สูงวัยรู้สึกมีคุณค่าและไม่โดดเดี่ยว
สังคมและครอบครัว
- วัยชรา ไม่ได้หมายความว่าหมดหน้าที่ในครอบครัวหรือสังคม กลับกัน ผู้สูงวัยหลายคนมีบทบาทสำคัญในการเป็นที่ปรึกษา หรือผู้ให้ความรู้ในเรื่องที่ตนเองเชี่ยวชาญ
- การสร้างบรรยากาศที่ดีในครอบครัว โดยลูกหลานเข้าใจและสนับสนุน จะส่งผลดีต่อสุขภาพทั้งกายและใจของผู้สูงอายุ
เคล็ดลับการดูแลสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ
- ออกกำลังกายเบา ๆ เป็นประจำ
- เดินเร็ว โยคะ หรือไทชิ (Tai Chi) เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและระบบไหลเวียนโลหิต
- รักษาภาวะโภชนาการที่ดี
- รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ เน้นโปรตีนจากปลา ถั่ว ธัญพืช ผักและผลไม้หลากสี ดื่มนมไขมันต่ำ
- ตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
- การตรวจเลือด ตรวจหัวใจ หรือการตรวจคัดกรองโรคเรื้อรัง ช่วยให้พบปัญหาได้เร็วและป้องกันภาวะแทรกซ้อน
- แบ่งเวลาเพื่อผ่อนคลาย
- ฝึกสมาธิ ทำกิจกรรมศิลปะ หรืองานอดิเรกที่ชื่นชอบ เช่น การทำสวน อ่านหนังสือ หรือฟังเพลงเบา ๆ
- รักษาเครือข่ายสังคม
- ติดต่อกับเพื่อนหรือครอบครัวเป็นประจำ เพื่อเติมเต็มความสุขทางใจ และสร้างความมั่นคงทางสังคม
สอบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการดูแลผู้สูงอายุ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท นีด เนิร์ส กรุ๊ป จำกัด โทร. 081-924-2635 / 082-791-6559 หรือ LINE. @NEEDNURSE